ญี่ปุ่นเล่าเรื่อง | ไปทำพาสปอร์ตใหม่ในช่วง covid-19 ระบาดในญี่ปุ่น ตอนที่1

กลับมาพบกันอีกครั้งกับ คู่สามี-ภรรยาที่อาศัยอยู่ในชนบทของ ญี่ปุ่น by OkopanThunderstorm

เมื่อพาสปอร์ตผมหมดอายุที่ ญี่ปุ่น !!

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านกลับมาอีกครั้งจากหายไปนาน ซึ่งบทความนี้ผมได้ตัดสินใจว่าจะโพสหลังจากที่กักตัวเกิน 14วันแล้วไม่มีอาการผิดปกติใดๆทั้งสิ้นหลังจากที่ผมกลับมาจากโอซาก้า ที่ซึ่งในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนั้นทางการ ญี่ปุ่น ได้ประกาศว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงและห้ามไม่ให้ผู้คนเดินทางไปยังจังหวัดนั้นโดยไม่จำเป็น…

เอาละเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

เนื่องด้วยปี 2020 นี้ เป็นปีที่พาสปอร์ตของผมนั้นหมดอายุในช่วงสิงหาพอดีซึ่งเอาจริงๆแล้วผมกับภรรยาได้มีแผนว่าจะบินกลับไปไทยเพื่อไปทำพาสปอร์ตใหม่รวมไปถึงทำธุระต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเอกสารบางอย่าง ซึ่งหลังจากที่ทำธุระเสร็จก็กะว่าจะไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆที่ผมกับภรรยาเคยได้ไปเที่ยวกันตอนสมัยที่อยู่ไทย ซึ่งก็ได้ทำการจองโรงแรมและทำการติดต่อเช่ารถเป็นที่เรียบร้อยแต่ก็อย่างที่รู้กันว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงต้นปี 2020…

ใช่ครับไวรัส COVID-19 ระบาด ซึ่งมันก็ทำให้ผมเองจำใจต้องยกเลิกเที่ยวบินทุกอย่างรวมไปถึงต้องวางแผนกันใหม่ซึ่งเจ้าไวรัสตัวนี้นี่ก็สร้างผลกระทบกับทุกๆคนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเดินทางระหว่างประเทศซึ่งโดยส่วนตัวถ้าหากผมต้องบินกลับไปไทยก็ต้องไปกักตัว 14 วัน ตามนโยบายของทางไทย ซึ่งตั๋วเครื่องบินที่ซื้อนั้นก็แพลนไว้แค่สองสัปดาห์เท่านั้นเอง

พูดง่ายๆก็คือถ้าบินกลับไปก็ต้องกักตัวกักตัวเสร็จก็ต้องบินกลับทันที สรุปคือไม่ได้ทำอะไรเลย…สุดท้ายก็จำใจต้องเปลี่ยนแผนโดยตัดสินใจต้องต่อแค่พาสปอร์ตที่ญี่ปุ่นแทนนี่แหละเพราะพาสปอร์ตเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดแล้วในตอนนี้

พูดถึงสถานที่ที่รับทำพาสปอร์ต

หลังจากที่ผมคุยกับภรรยาเป็นที่เรียบร้อยก็ตัดสินใจเริ่มหาข้อมูลกันเลยว่า ในญี่ปุ่นนั้นเราจะสามารถไปติดต่อขอทำพาสปอร์ตของไทยได้ที่ไหนบ้าง ซึ่งจากที่หาข้อมูลก็เจออยู่แค่สองแห่งที่สามารถติดต่อขอทำพาสปอร์ตใหม่ได้นั่นก็คือ

 

  1. สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย
  2. สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา

 

ซึ่งถ้าดูจากแผนที่นั้นสถานที่ๆใช้เวลาเดินทางไปทำใกล้ที่สุดจากโทยาม่าก็คือ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากานั่นเองซึ่งทางคุณภรรยาเองก็ตัดสินใจไปกับผมเพราะเธอเป็นห่วงว่าผมอาจจะหลงทาง (บอกตามตรงว่าภาษาญี่ปุ่นผมง่อยมาก) รวมไปถึงเธอเองก็อยากไปดูสถานการณ์บ้านเมืองในจังหวัดอื่นๆเหมือนกัน

พูดถึงสถานที่ที่รับทำพาสปอร์ต

หลังจากที่เลือกสถานที่ๆจะเดินทางไปทำพาสปอร์ตได้แล้วผมก็เริ่มจัดการเตรียมเอกสารโดยทันที ซึ่งโดยเอกสารที่ต้องเตรียม ( อ้างอิงจากการขอทำหนังสือเดินทาง กรณีผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว อายุ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ) ก็คือ

  1. คำร้องขอทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (ขอรับที่สถานกงสุลใหญ่ฯ หรือ ดาวน์โหลดจากเว็บไซด์ )
  2. หนังสือเดินทางฉบับจริง
  3. บัตรประจำตัวประชาชนไทยฉบับจริง
  4. ใบเปลี่ยนชื่อ (กรณีชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง)
  5. ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (กรณีชื่อสกุลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง)
  6. ทะเบียนสมรสหรือหย่า หรือสำเนาทะเบียนฐานะแห่งครอบครัวสมรสหรือหย่า (กรณีชื่อสกุลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง)
  7. บัตรประจำตัวผู้พำนัก Residence Card (ไซริวการ์ด) (ถ้ามี)

ซึ่งเมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วก็ให้เราทำการ ส่ง “คำร้องขอทำหนังสือเดินทางฯ” รวมไปถึง “สำเนาเอกสาร” ทุกรายการข้างต้น ไปยังสถานกงสุลใหญ่ฯ ทางไปรษณีย์ก่อน ตามที่อยู่ตามนี้

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา

ROYAL THAI CONSULATE-GENERAL, OSAKA

1F Bangkok Bank Bldg. 1-9-16 Kyutaromachi, Chuo-ku, Osaka 541-0056

 

หรือถ้าต้องการเขียนที่อยู่เป็นภาษาญี่ปุ่น

タイ王国大阪総領事館(領事部担当)

〒541-0056 大阪市中央区久太郎町1-9-16 バンコック銀行ビル4階

การที่ทางกงสุลใหญ่ฯต้องการให้ส่งเอกสารไปก่อนก็เพื่อที่จะได้ทำการตรวจสอบเอกสารว่าถูกต้องครบถ้วน หรือไม่ หลังจากนั้นสถานกงสุลใหญ่ฯ จะโทรศัพท์ติดต่อกลับเพื่อนัดวันเวลาเดินทางมายื่นคำร้องและทำการถ่ายรูปพร้อมทั้งบันทึกข้อมูลทางด้านกายภาพเพื่อทำพาสปอร์ตตามวันเวลาที่ได้ทำการนัดหมายไว้

การนัดหมายเพื่อทำพาสปอร์ต

หลังจากที่ผมทำการส่งเอกสารทั้งหมดที่เตรียมไว้ไปยังทางกงสุลใหญ่ฯเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็แน่นอนว่าในช่วงสถาการณ์ในช่วงไวรัสระบาดแบบนี้มันย่อมไม่ได้เป็นไปแบบเรียบง่ายแน่ๆ

 

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อหลังจากที่ผมส่งเอกสารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยความไม่แน่ใจผมก็เลยติดต่อไปถามทางกงสุลใหญ่ฯเกี่ยวเรื่องระยะเวลาที่ทางกงสุลฯจะติดต่อกลับมาหาผม ซึ่งในตอนนั้นก็ได้คำตอบกลับมาว่าประมาณหนึ่งอาทิตย์เนื่องจากมีคิวรอทำพาสปอร์ตเป็นจำนวนมาก ทำให้ผมไม่ได้มีแผนว่าจะหาตารางเวลาของรถไฟว่าจะเดินทางเมื่อไหร่เวลาไหนดีโดยที่ผมกะว่าเอาไว้ซักสองสามวันค่อยหาเวลาเดินทางก็แล้วกัน เพราะยังไงกว่าทางกงสุลจะติดต่อมาก็อาทิตย์หน้าอยู่แล้ว แต่ผมก็ได้ปรึกษากับภรรยาไว้แล้วซึ่งก็แพลนไว้ว่าจะไปช่วงต้นเดือนกรกฎาคมแน่ๆเพราะอยากได้พาสปอร์ตเร็วๆ แต่….เรื่องฮามันก็เกิดขึ้นกับผมจนได้

 

ผ่านไปได้สามวันหลังจากที่ส่งเอกสารไปทางกงสุลฯซึ่งในขณะนั้นผมกำลังเดินทางไปซื้อของเข้าบ้านกับภรรยาจู่ๆทางสถานฑูตก็ติดต่อมาพร้อมกับถามว่าผมสามารถเดินทางไปทำพาสปอร์ตภายในสัปดาห์นี้เลยได้หรือเปล่า (ซึ่งในตอนนั้นผมเองอยู่ข้างนอกไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้เลย) ผมนี่แบบอึ้งไปพักนึงแอบคิดในใจว่า โอมันจะเคลียคิวอะไรเร็วปานนี้แล้วผมก็ยังไม่ได้เช็คตารางเดินทางเลยแม้แต่น้อยก็ได้แค่บอกว่าขอเป็นช่วงต้นเดือนกรกฎาคมได้หรือไม่ สุดท้ายทางกงสุลฯก็บอกว่างั้นเดี๋ยวจะติดต่อมาอีกทีช่วงกรกฎาคมแทน

ซึ่งช่วงปลายเดือนมิถุนายนผมด้วยความกังวลว่าจะไม่ได้คิวก็เลยโทรไปสอบถามด้วยตัวเองเลยก็ต้องมาเจอเรื่องช๊อคอีกรอบ เพราะทางฝ่ายพาสปอร์ตนั้นได้ทำการปิดปรับปรุงระบบทำให้ไม่สามารถไปทำพาสปอร์ตได้ทำให้ต้องเลื่อนไปอีก ซึ่งสุดท้ายผมเองก็ต้องคอยเช็คกับทางกงสุลฯเกือบทุกอาทิตย์และคิดว่าเดือนสิงหาคงไม่ได้ทำแน่ๆเพราะฟังจากสถานการณ์แล้วน่าจะอีกนาน แต่ว่าฟ้าก็เป็นใจให้ผมได้ต่อพาสปอร์ตซักที

ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมผมได้รับโทรศัพท์กับทางกงสุลฯเพื่อทำการนัดหมายทำพาสปอร์ตซึ่งผมกับภรรยาก็เลือกเวลาเดินทางไปโอซาก้าได้แล้วเช่นกัน สรุปสุดท้ายก็ได้นัดวันที่ไปทำพาสปอร์ตคือ สัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคมในช่วงเช้านั่นเอง 😀

 

และนี่ก็คือเรื่องราวในช่วงแรกของการเดินทางไปทำพาสปอร์ตของผม

สุดท้ายนี้ก็ขอจบหัวข้อ ” เมื่อผมต้องไป ทำพาสปอร์ตใหม่ ในช่วง covid-19 ระบาดในญี่ปุ่น ตอนที่1 ” ก่อนนะครับซึ่งผมจะขอพูดถึงเรื่องของการเดินทางไปทำพาสปอร์ต และสถานการณ์ต่างๆภายในเมืองโอซาก้าในตอนที่สองนะครับผม

Related Posts

Leave a comment