รีวิว Lenovo Ideapad 320s 14″

หนึ่งใน laptop สุดคุ้มสำหรับคนงบน้อย มาพร้อมกับขุมพลัง i5 gen 8

ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล็ปท๊อปซะแล้วสิ

ผมหันไปบอกกับภรรยาผมแบบนั้นเพราะปัญหาที่ผมเจอคือโปรเจคที่ผมทำอยู่นั้นมันคอมไพล์ได้ช้ามากไม่ทันใจวัยรุ่นอย่างผม

ผมจึงมองหาแล็ปท็อปรุ่นใหม่ในงบที่จำกัด(ผมตั้งงบประมาณไว้ว่าต้องไม่เกิน 20,000บาท ซึ่งภรรยาผมโอเค และอนุมัติงบประมาณในการสั่งซื้อแล็ปท็อปในครั้งนี้) และมีสเป็คตามนี้

  • ต้องเป็นCore i3 หรือ i5
  • แรมต้องอย่างน้อย 4GB
  • การ์ดจออะไรก็ได้แต่ถ้าการ์ดจอแยกได้จะดีมาก
  • มีวินโดวส์10ในตัว
  • น้ำหนักเบา(ต้องน้อยกว่า2กิโล) และ บาง

จากสเป็คที่กล่าวมาทั้งหมดบวกกับงบที่จำกัดด้วยนั้นบอกได้เลยว่า หายากมาก!! ผมใช้เวลาหลายวันเพื่อตามหาเจ้าแล็ปท็อปที่ผมอยากได้นี้จนผมนั้นเกือบจะถอดใจและยอมแพ้ แต่แล้วผมก็ดันไปเจอรีวิวของแล็ปท็อปรุ่นนึงที่มาพร้อมกับ cpu core i5 รหัส 8520 หรือที่เรียกกันว่า “Kaby Lake” แถมยังราแค่ 20,900บาท

“เฮ้ยบ้าน่าราคานี้เนี่ยนะ” ผมอุทานอย่างดังในใจด้วยความตื่นเต้นบวกกับดีใจที่มันมีโน้ตบุ้คราคานี้ออกมา ผมไม่รอช้ารีบส่งลิ้งค์ไปให้เพื่อนผมดูแล้วเพื่อนผมก็ตอบกลับมาว่า “เฮ้ยดูคอมเม้นข้างล่างรีวิวดิมีคนแนะนำอีกรุ่นด้วยนะแถมสเปคดีกว่าด้วย” ผมเลยเลื่อนตามไปดูซึ่งเค้าทิ้งเป็นข้อความที่น่าจะเรียกว่ารหัสลับให้ถอดมากกว่า ตามนี้ “lenovoi582504gbddr4gt920mxwin1014inch19900

ผมไม่รอช้ารีบเซิชในอินเตอร์เน็ตแล้วก็เจอจนได้โน้ตบุ้คที่จะมาเป็นเนื้องอกของผม

หลังจากเช็คสเป็คเรียบร้อยผมว่าต้องมีโดนแล้วละ ผมไม่รอช้ารีบนำให้คุณศรีของผมดู และเธอก็ตกลงโอเคว่าซื้อรุ่นนี้ละ หลังจากนั้นผมก็ตัดสินใจไปที่ห้างในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อไปตามหาเจ้าแล็ปท็อปตัวนี้ แต่ทว่าเจ้าแล็ปท็อปที่ว่านั้นมัน “ไม่มี”,”ของยังไม่เข้าครับ”, “คุณลูกค้าต้องสั่งแล้วมารับของทีหลังนะครับ” และอีกหลายๆคำตอบที่เหมือนกับคำตอบเหล่านี้จากหลายๆร้านขายคอมพิวเตอร์ในห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านผม ซึ่งก็ทำให้ผมรู้สึกแย่นิดหน่อยก่อนที่สุดท้ายผมตัดสินใจว่ากลับบ้านดีกว่า

เวลาเกือบเที่ยงของวันเดียวกันด้วยความที่รู้สึกแย่กับการที่ไม่ได้แล็ปท็อปติดไม้ติดมือกลับบ้านในช่วงกลางวันทำให้ผมรู้สึกอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าทำไมมันถึงได้หายากหาเย็นขนาดนี้แต่แล้วก็เหมือนฟ้าจะเข้าใจความรู้สึกผมจึงได้ดลใจให้ผมได้เข้าไปที่เว็บไซต์ขายอุปกรณ์ IT เจ้าดังเจ้านึง ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงเลาที่เว็บไซต์นั้นได้ทำการจัดโปรโมชั่นที่เรียกว่า “ช่วงนาทีทอง”(ระยะเวลามีให้ 1ชั่วโมง เริ่มจาก 23.00 – 24.00น.) แล้วปรากฎว่าไอ้เจ้าแล็ปท็อปที่ผมอยากได้นั้นมันดันจัดโปรโมชั่นด้วย(ได้ส่วนลดเพิ่มอีก 2,000 บาท โอ้วแม่เจ้าโชคชะตาเข้าข้างผมจริงๆ) ผมไม่รอช้ารีบโชว์หน้าเพจนี้ให้ภรรยาดู ภรรยาผมก็ตอบว่า “เอ้าแล้วจะรออะไรละซื้อสิ จะรอให้มันหมดเหรอไง” เท่านั้นละผมกดซื้อทันที (ขอบคุณ www.advice.com สำหรับโปรโมชั่นดีๆครับ)

หลังจากนั้นผมก็รอสินค้าเป็นเวลาสองวัน และแล้วก็ถึงเวลาที่ผมจะได้เห็นหน้าตาของมันแบบเป็นๆซะที เจ้าแล็ปท็อปที่สั่งไว้ได้มาส่งที่หน้าที่ทำงานของผม(จริงๆ แล้วทางAdvice.comนั้น มีบริการส่งด่วนภายในสามชั่วโมง ในช่วงเวลาทำการหากซื้อสินค้าตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งผมมารู้ทีหลังตอนที่ได้รับสินค้าแล้ว)

น้ำหนัก

ความรู้สึกแรกตอนที่ผมถือเจ้ากล่องโน้ตบุ้คที่สั่งไว้ ผมคิดว่าทางร้านต้องส่งสินค้าให้ผมผิดแน่ๆ ทำไมนะเหรอ? เพราะมันเบามากๆเลยนะสิครับ!!

หลังจากเซ็นชื่อรับของเสร็จผมรีบเปิดกล่องดูข้างในว่าของที่สั่งมาถูกต้องหรือไม่ ซึ่งมันก็ทำให้ผมนิ่งไปซักพักเนื่องจากพอเปิดกล่องมามันมีแต่กระเป๋าเป้!!

ผมรีบดึงสติกลับมาแล้วก็เอาเจ้ากระเป๋าเป้ออกจากกล่องพัสดุ และแล้วผมก็ได้ผมเจ้าแล็ปท็อปเนื้องอกของผมซักที (กระเป๋าที่ให้มาเป็นbundleที่แถมให้เมื่อคุณซื้อแล็ปท็อปของทางLenovo ซึ่งหน้าตาของกระเป๋าก็ดูดีเลยทีเดียว)

IMG_20171016_122016

What's inside the box?

สิ่งที่อยู่ภายในกล่องแล็ปท็อปก็จะประกอบไปด้วย ตัวเครื่อง, ที่ชาร์จ, คู่มือ และข้อมูลสำหรับติดต่อทาง Lenovo

ความรู้สึกแรก

สิ่งแรกที่ผมชอบหลังจากที่ได้เห็นตัวเครื่องก็คือ อลูมิเนียมเอฟเฟคบนบอดี้พลาสติคของตัวเครื่องช่วยเพิ่มความสวยงาม และทำให้ดูแข็งแรงทนทาน ซึ่งผมชอบนะที่ปัจจุบันทาง Lenovo หันมาทำตัวเครื่องรูปแบบนี้

หลังจากที่เปิดฝาขึ้นมาก็จะพบกับหน้าจอ 14นิ้ว ซึ่งเป็นจอ anti glare(หรือแถวบ้านผมเรียกว่าจอด้านนั่นเอง) แถมพื้นผิดด้านในตัวเครื่องนั้นยังเป็นอลูมิเนียมเอฟเฟคเหมือนกับด้านนอกอีกด้วย แจ่มเลย😀

มาดูกันต่อในส่วนของ track pad และ keyboard ผมได้ทำการเสียบชาร์จและเปิดเครื่องเพื่อทำการทดสอบซึ่งก็พบว่าในส่วนของ track pad นั้นสามารถตอบสนองได้ดีและแม่นยำ ส่วนคีย์บอร์ดนั้นก็วางมาได้ดูสวยงามเสียเพียงอย่างเดียวคือไม่ใช่ backlit keyboard ซึ่งหมายความว่าแป้นพิมพ์ตัวนี้ไม่มีไฟตรงแป้นพิมนะครับ (เศร้าแปป) ความรู้สึกเวลากดแป้นพิมพ์จะให้ความรู้สึกที่เด้งมากไม่ค่อยรู้สึกนุ่มนวลเท่าไหร่บวกกับมีเสียงเล็กน้อยแต่ก็อยู่ระดับที่รับได้

เจ้าแล็ปท็อปตัวนี้ยังมาพร้อมกับ windows 10 home single language license 64-bit ซึ่งน้อยมากที่จะเห็นแล็ปท็อปในราคาระดับนี้มาพร้อมกับวินโดวส์แท้ ซึ่งในความเห็นส่วนตัวผมมองว่าตรงจุดนี้มันคุ้มมากกกกกกกก

ประสิทธิภาพ

พูดถึงเรื่องประสิทธิภาพ หลังจากที่เปิดเครื่องและได้ให้windows update อัพเดตตัวมันเองจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พบว่าการตอบสนองในการทำงานต่างๆกลับตอบสนองได้ดียกเว้นในส่วนของการบูทเข้าวินโดวส์ที่ค่อนข้างใช้เวลานานกว่าที่ผมคาดหวังไว้ อาจจะเป็นเพราะhddที่ให้มานั้นเป็นhddแบบมาตรฐานทั่วไป(ที่หมุนด้วยความเร็ว5400 rpm) แต่ในอนาคตผมมีแผนที่จะเปลี่ยนเป็น ssd เพื่อเพิ่มความเร็วในการโหลดและการเข้าถึงไฟล์และข้อมูลต่างๆได้เร็วยิ่งขึ้น

ผมได้ทำการทดสอบใช้งานในส่วนของเขียนโปรแกรม ทำงานเอกสารพวกMS Office, Illustrator, Photoshop,โปรแกรมแต่งภาพตัวอื่นๆ แล้วก็เกมส์ออนไลน์บางประเภท เจ้าแล็ปท็อปตัวนี้ก็ทำงานได้ดีเหมือนกันถึงแม้ว่าแรมที่ให้มาจะมีเพียงแค่ 4GB แต่โดยรวมแล้วหากเทียบกับเจ้าแล็ปท็อปตัวที่ผมใช้ประจำที่มีแรม 8GB ก็พบว่าสามารถทำงานได้เร็วกว่า (ต้องขอบคุณเจ้าCPU ตัวใหม่และRAM DDR4)

เมื่อพูดถึงส่วนของการเล่นเกมเจ้าแล็ปท็อปตัวนี้ไม่ใช่แล็ปท็อปสำหรับเหล่าคอเกมส์ที่เน้นเล่นเกมส์เป็นหลักมากกว่าทำงานเนื่องจากการ์ดจอที่ให้มานั้นไม่ใช่การ์ดจอสำหรับเล่นเกมส์แบบหนักๆ(พวกตระกูลGTX) แต่ก็สามารถเล่นเกมส์ได้เป็นบางเกมส์เช่นพวกเกมส์ออนไลน์สามารถเล่นได้สบายๆโดยปรับความระเอียดเป็นแบบธรรมดา ซึ่งหากใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่าจะซื้อเจ้านี้มาเล่นเกมส์ผมบอกได้เลยว่านี่ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับเล่นเกมแน่นอน

คุณภาพเสียง และเสียงของพัดลม

เรื่องของคุณภาพเสียงของลำโพง ผมได้ลองเปิดเพลงหลายๆแนวเพื่อลองฟังเสียงดูก็บอกได้ว่าคุณภาพเสียงของลำโพงถือว่าใช้ได้ครับ ให้เสียงที่เคลียและซาวน์สเตจที่ค่อนข้างกว้างแต่ว่าเสียงของเบสที่มีนั้นช่างน้อยซะเหลือเกินซึ่งหากคุณเป็นคนที่ชอบฟังเพลงหรือซีเรียสเรื่องเสียงนั้นผมแนะนำว่าให้ต่อเข้ากับลำโพงหรือหูฟังจะดีกว่า

ส่วนเรื่องเสียงของพัดลมนั้น ผมได้ทดสอบโดยการเล่นเกมและลองทำงานกราฟฟิคก็พบว่าเสียงของพัดลมนั้นมีเสียงดังแต่ก็ถือว่าดังในระดับที่ผมรับได้ไม่ได้ดังจนน่าเกลียดแต่อย่างใด

ระยะเวลาการใช้งาน

หลังจากที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มแล้วนั้น ผมได้ทำการทดสอบการใช้งานเบื้องต้น ก็พบว่าเจ้าแล็ปท็อปเครื่องนี้สามารถใช้งานได้ราวๆ 4-5 ชั่วโมง เท่านั้นเนื่องจากว่าขนาดของแบตเตอรี่นั้นไม่ได้ใหญ่มาก ผมคิดว่าน่าจะมาจากการที่ต้องการลดน้ำหนักเพื่อให้แล็ปท็อปมีน้ำหนักเบา ซึ่งทำให้ผมยังคงต้องพกที่ชาร์จไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา

Verdict

สุดท้ายนี้ผมก็หวังว่าท่านผู้อ่านได้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการตัดสินใจในการที่จะซื้อแล็ปท็อปซักเครื่อง ซึ่งสำหรับผมเองเจ้าแล็ปท็อปตัวนี้สำหรับผม ผมมองว่ามันตอบโจทย์ตามที่ผมต้องการไม่ว่าจะเป็น CPU ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่(อันนี้เอาจริงๆเหนือความคาดหมายของผมมาก)สามารถอัพเกรดแรม และHDDได้ แถมยังได้วินโดวส์แท้แถมมากับเครื่องอีกต่างหากถึงแม้ว่าหน้าจอของเจ้าตัวนี้จะยังมีความละเอียดแค่HD แรมแค่4GBและไม่มีSSD แต่ด้วยงบประมาณที่มีจำกัดผมมองว่าแค่ได้สองอย่างข้างต้นก็คุ้มแล้วละครับ…

Related Posts

Leave a comment