< Organic Farm >เมื่อเราเริ่มทดลองปลูกผัก organic เองในญี่ปุ่น.

Part-1 เตรียมดิน - แปลงปลูก

ไลฟ์สไตล์แบบ ORGANIC FARMING 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเรารู้สึกตื่นเต้นมากๆในช่วงตอนที่เรากำลังจะย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่นนั่นก็คือ

Organic Farming หรือ House Farming

หรือ การทำฟาร์ม และการได้ลองทานผักที่เราปลูกเองซึ่งดีตรงที่เป็นผักปลอดสารพิษที่เราพิถีพิถันดูแลด้วยตัวเอง

ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพ ตัวฉันเองเป็นคนญี่ปุ่นที่ใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นที่ ซึ่งหากพูดถึงความปลอดภัยก็เรียกได้ว่ามาเป็นอันดับต้นๆ รวมไปถึงความสะอาดและปลอดภัยของอาหาร มันเลยเป็นการทำให้ตัวเราเองมองข้ามเรื่องพวกอาหารปลอดสารพิษ หรือความสะอาดไปเพราะคิดว่าที่ไหนๆก็ต้องสะอาดปลอดภัยเหมือนประเทศบ้านเกิดเราสิ

อาการอาหารเป็นพิษ หรือFood Poisoning เกิดขึ้นได้หากเราทานอาหารบางอย่างที่บูด เสียหรือ อาหารที่ปรุงไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งสำหรับตัวฉันเองนั้นก็ได้เจอกับปัญหานี้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ได้คาดคิดเลยว่าร้านอาหารในห้างจะทำให้ตัวเองป่วยด้วยสาเหตุอาหารเป็นพิษ!! ใช่แล้วละค่ะ ร้านอาหารในห้างนี่ละไม่ผิดแน่นอน และคาดว่าท่านผู้อ่านหลายๆท่านอาจจะเคยประสบปัญหาแบบนี้แน่นอน

ใครจะไปรู้ละว่าไอ้อาหารที่เราเอาเข้าปากนั้นเค้าเอามาจากไหน แล้วผ่านอะไรมาบ้าง กว่าที่มันจะกลายมาเป็นอาหารจานหนึ่งสำหรับเรานั้นเราไม่สามารถไปตามไปดูทุกขั้นตอน เราจะรู้อีกทีก็ต่อเมื่ออาหารมาอยู่ตรงหน้าเราแล้วเท่านั้น คือฉันอยากให้ร้านค้าควรจะใส่ใจตรงส่วนนี้กันนิดนึง

แต่การที่ฉันอาศัยอยู่ในประเทศไทยมันได้ทำให้ตัวเองได้รู้ว่า ระบบทางเดินอาหารของตัวเองไม่แข็งแรงเลยจริงๆ😮 ซึ่งนอกจากร้านอาหารตามห้างแล้วบางทีลองกินอาหารข้างทางก็ทำให้ท้องเสียได้เหมือนกัน (ซึ่งครั้งแรกที่เกิดอาการอาหารเป็นพิษนี่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ไปไต้หวัน) และมันก็เลยทำให้ตัวเราเองตัดสินใจว่าเราจะต้องกินอย่างระมัดระวังและมั่นใจว่าอาหารที่เรากินนั้นจะต้อง “สะอาดและปลอดภัย”

ต้องขออภัยที่เกริ่นถึงที่มาที่ไปของบทความนี้ซะยืดยาวนะคะ อะกลับมาต่อกันที่เรื่องหลักกันดีกว่า

พูดถึงตอนที่อยู่ประเทศไทย เราอาศัยอยู่ที่คอนโดซึ่งก็ได้ลองทำการปลูกผักหลายๆอย่างที่ริมระเบียงคอนโดแต่ที่รอดมาได้คือ ต้นอโวคาโด้ อย่างเดียว 😀 (คุณแฟนดูแลอย่างดีตั้งแต่ยังเป็นเมล็ด)

เนื่องจากเราไม่มีรถไถพรวนดินเหมือนชาวไร่ชาวสวนที่ทำไร่ทำสวนกันเป็นอาชีพ อุปกรณ์ที่เราใช้นั้จึงมีแค่จอบ เสียม เก่าๆ ที่ตา กับยาย ใช้เมื่อนานมาแล้ว ซึ่งพอหันไปดูอุปกรณ์ที่ชาวนาที่เค้าเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกข้าวก็แอบอิจฉาเค้านิดๆเหมือนกัน

พอขุดดินลึกลงไปได้ซักนิดนึงก็พบเจอกับรากไม้ที่ค่อนข้างใหญ่และหนากระจายอยู่รอบๆพื้นที่ๆทำฟาร์ม ทำให้นึกถึงไอ้เจ้า ปีศาจต่างมิติที่กระจายรากของมันเพื่อส่ง Demogorgon ออกมาจู่โจมมนุษย์ ใน Stranger Things 2 ยังไงยังงั้น 😕

ซึ่งขั้นตอนนี้ทำให้เรารู้สึกอยากจะซื้อจอบไฟฟ้า หรือเครื่องไถดินที่ราคาก็ค่อนข้างสูงพอควร (ราคา ประมาณแสนเยนขึ้น) ซึ่งมันค่อนข้างที่จะเยอะเกินสำหรับการปลูกพืช ผัก เป็นงาน อดิเรก หรือการลองทำครั้งแรก แต่มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าไอ้เจ้าเครื่องไถดินนั้นมันช่างวิเศษเหลือเกิน เพราะการขุดดินนั้นมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย

หลังจากขุดดินถอนหญ้า เสร็จ พอก้มลงมามองที่มือตัวเองก็พบว่ามือนั้นถึงกับพองเลยทีเดียว เจ้าพืชผักพวกนี้เติบโตบนเลือดหยาดเหงื่อ และน้ำตา ชัดๆ 😛

หลังจากที่ดินนั้นร่วนและนุ่ม และปลอดวัชพืชแล้ว เราก็โรยผงปูนขาวเพื่อปรับค่าpHในดิน ซึ่งไอ้เราก็พึ่งจะมารู้ว่าพืชผักนั้นชอบดินที่เป็นด่าง แล้วโดยส่วนมากดินที่ญี่ปุ่นนั้นส่วนมากจะมีฤทธิ์เป็นกรดซะส่วนมากเนื่องมาจากเพราะฝนที่มีฤทธิ์เป็นกรด สาเหตุมาจากปัญหาเรื่องชั้นโอโซน

ตอนที่เห็นเจ้าพวกวัชพืชที่ขึ้นกระจายบนพื้นที่ๆที่จะทำแปลงผักนั้น ทางเราถึงกับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องใช้เวลาในการปรับปรุงพื้นที่แน่ๆ

เราตากดินให้แห้งเป็นเวลา 1วัน หลังจากนั้นจึงผสมปูนข้าวลงไป

ปูนขาวใช้เวลาประมาณ 1สัปดาห์ในการทำปฏิกริยากับดิน (จริงๆแล้วขั้นตอนนี้เราต้องใช้เครื่องมือบางอย่างช่วยตรวจค่า pH ในดิน แต่ว่าเราข้ามขั้นตอนนี้ไปเนื่องจากเราขีเกียจ แฮะๆ แต่ครั้งหน้าเราอาจจะใช้เครื่องมือตรวจสอบ ถ้าหากการปลูกผักในครั้งนี้ล้มเหลว)

 

ต่อมาก็ผสมปุ๋ยกับดินเข้าด้วยกัน

ซึ่งการที่ต้องค่อยทำทีละขั้นตอนนี้ก็เพื่อที่ให้สารเคมีแร่ธาตุต่างมันค่อยๆทำปฏิกริยากัน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหากเราผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันในทีเดียว

 

* * จริงๆมันจะมีปูนขาวบางชนิดที่สามารถใส่ผสมพร้อมกับปุ๋ยได้เลยเช่น ปูนขาวแมกนีเซียม ซึ่งเราใช้มันในแปลงถัดไป หลังจากที่เราทำการเตรียมดินของแปลงที่สอง ในวันถัดมา

เราใช้ปุ๋ยสองแบบ อย่างแรกคือปุ๋ยอเนกประสงค์ที่สามารถใช้กับพืชชนิดไหนก็ได้ และอย่างที่สองคือปุ๋ยมูลสัตว์ แล้วก็วัตถุประหลาดที่คล้ายๆใบไม้แห้งที่เจอในโรงรถ

เรารออีกสัปดาห์เพื่อให้ปุ๋ยทำปฏิกริยา

ในขณะนั้นต้นอ่อนซื้อมาก็เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก

บางต้นเริ่มมีดอกไม้บานแล้ว

แต่เราก็ต้องรออย่างใจเย็น

เกือบ 3สัปดาห์หลังจากซื้อต้นอ่อนมา ในที่สุดก็ถึงเวลานำมันลงแปลง

ต้นอ่อน : ที่ซื้อมาอย่างละ 1ต้น

  • ฟักทองขนาดเล็ก
  • ฟักทอง
  • ฟักสีทอง (คนละอย่างกับฟักทองนะคะ)
  • ซุกินี่แบบกลม
  • ถั่วลันเตา
  • มะเขือม่วง
  • แตงกวา
  • มะระขี้นก
  • Grape tomatoes
  • มะเขือเทศ
  • พริกหยวก
  • พริกสองแบบ (โทะคาราชิ กับ ฮาลาปิโน่)
  • เซลารี่
  • หน่อไม้ฝรั่ง
  • แตงโมสองแบบ

เมล็ดพันธุ์

  • ผักชี
  • ใบอ่อนหัวไชเท้า
  • ผักโขม
  • ดอกคอสมอส

นี่ก็เป็นภาพรวมของฟาร์มของเรา

เราปลูกแตงโมลงในแปลงที่เราผสมปุ๋ยมูลสัตว์ลงไป ซึ่งเราได้ยินมาว่าปลูกต้นแตงโมนั้นปลูกยากแต่มันจะโตได้ดีกับปุ๋ยมูลสัตว์

แปลงนี้จะเป็นแปลงที่เราจะไม่ทำการคลุมหน้าดินในการปลูกผัก ซึ่งจะมีเซลารี่ แอสพารากัส และวัชพืชที่โตขึ้นมาจากดิน(วัชพืชนี่ตายยากมากต้องหมั่นถอนออกทุกครั้ง)

ส่วนพืชอื่นๆเราจะทำการคลุมดินก่อนปลูกเพื่อเก็บความชุ่มชื้นในดินรวมไปถึง ป้องกันการเจริญเติมโตของวัชพืชด้วย

สุดท้ายก็ทำการปักเสาค้ำพร้อมกับยึดต้นไม้ไว้กับเสาเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นไม้ล้มจากแรงลม

เราจะพยายามโพสความคืบหน้าเกี่ยวๆกับประสบการณ์การทำฟาร์มในญี่ปุ่นเรื่อยๆรอติดตามชมกันได้เลยนะคะ

🙂

Related Posts

Leave a comment

Privacy Preferences
When you visit our website, it may store information through your browser from specific services, usually in form of cookies. Here you can change your privacy preferences. Please note that blocking some types of cookies may impact your experience on our website and the services we offer.