| Review |

 

เมื่อผมซื้อ

 

Sennheiser HD 4.40BT

เหนื่อยมาทั้งปีจัดของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองบ้างมันก็ดีนะ

Sennheiser HD 4.40BT

หลังจากเหนื่อยมาทั้งปีบางทีการที่เราให้รางวัลกับตัวเองบ้างมันก็เป็นอะไรที่ทำให้เรามีความสุข และมีกำลังใจในการทำงานต่อไป ซึ่งของขวัญสำหรับคนที่รักในการฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจก็คงไม่พ้นพวกหูฟัง หรือพวกเครื่องเล่นเพลง ( Digital Audio Player ) นั่นเอง
ซึ่งตัวผมเองก็อยากได้หูฟังแบบ wireless full-size หรือ around-ear ระดับกลางๆมาไว้สลับใช้กับเจ้า in-ear เพราะก่อนที่จะย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นผมได้ตัดสินใจขาย เจ้า Sony MDR-XB950BT และ V-Moda Crossfade M-100 ไปเพราะกังวลเรื่องการขนย้าย
ซึ่งผมก็ได้ตั้งงบประมาณไว้ 5,000 บาท เกินได้นิดหน่อย ซึ่งในประมาณนี้ตัวเลือกก็มีไม่ค่อยมาก ที่พอจะนึกออกก็มีเจ้า Sony MDR-XB950BT, Sony WH-CH700, Audio Technica ATH-WS660BT, และเจ้า Sennheiser HD 4.40BT

กว่าจะตัดสินใจซื้อ

โชคดีที่ในปีนี้ผมยังได้ 10,000 point จากหนึ่งในร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าเจ้าดังในญี่ปุ่น Yamada Denki  จากการแลกไมล์สะสมของสายการบิน ANAที่กำลังจะหมดอายุมาส่วนนึง ทำให้ผมสามารถตั้งงบในการซื้อหูฟังไว้ไม่เกิน 5,000 บาทแล้วใช้เจ้าแต้มสะสมที่มีมาหักลบส่วนต่างออกนั่นเอง และช่วงต้นปีนั้นหลายๆร้านก็มักจะชอบจัดโปรโมชั่นรับปีใหม่ ทำให้ผมสามารถซื้อได้ถูกลงเมื่อสั่งซื้อออนไลน์ ซึ่งหลังจากดูตัวเลือกอื่นทั้งหมดก็ได้ตัดสินใจละว่าเดี๋ยวไปลองที่ร้านเลยดีกว่า จะได้รู้ว่าเสียงที่แท้ทรูของเจ้าหูฟังแต่ละตัวมันเป็นอย่างไรกันแน่

ผมก็ได้รีบขับรถไปยังร้าน Yamada ที่เมืองใกล้เคียงกับเมืองที่ผมอยู่ เพราะที่สาขานั้นมีขนาดที่ใหญ่กว่าและของเยอะกว่า เมื่อไปถึงผมก็ไม่รอช้ารีบพุ่งตรงไปยังแผนกหูฟังทันที ซึ่งพอไปถึงก็ได้เจอแบรนด์เพิ่มเติมอีก 4 แบรนด์ คือ JBL, JVC, Pioneer, และ Panasonic

แต่ที่น่าตกใจคือไม่มีเจ้าแบรนด์เยอรมันอย่าง Sennheiser !! ผมนี่ถึงกับกรี๊ดในใจกันเลยทีเดียว และหลังจากสอบถามพนักงานด้วยภาษาญี่ปุ่นความรู้เท่าหางอึ่งจนสุดท้ายคุณภรรยาต้องมาช่วย แหะๆ ก็ได้ความจริงว่า Sennheiser ทางสาขานี้ไม่สั่งของมาเนื่องจากว่า สินค้าที่เป็นแบรนด์นำเข้าส่วนมากจะอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่นโตเกียว หรือโอซาก้าเป็นต้น ซึ่งหลังจากที่ได้ยินแบบนั้นผมก็ทำได้แค่ยอมรับ (เศร้า) และก็ได้ทำการลองหูฟังแทบจะทุกตัวที่มีตามที่ได้วางงบไว้

โดยที่เท่าที่ทดลองฟังเสียงหูฟังก็เหลือตัวเลือกอยู่เพียงแค่สามเจ้าคือ Sony, Audio Technica, และ JBL ซึ่งในใจผมมันก็อยากรู้เหลือเกินว่าเจ้า Sennheiser HD 4.40BT เนี่ยเสียงมันจะเป็นยังไง เพราะมันไม่มีให้ลอง แต่เห็นรีวิวหลายๆที่ต่างก็บอกว่าเจ้าหูฟังตัวนี้มันของโคตรดีย์

ซึ่งพอยิ่งอ่านรีวิวมันก็ยิ่งเกิดความอยากลอง เพราะผมอยากรู้ด้วยตัวเองว่ามันเจ๋งจริง หรือแค่โฆษณา ซึ่งหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่รวมพิจารณาจากความต้องการของตัวเองก็คือ รูปทรงต้องเรียบๆแต่ดูหรูหรา, งานประกอบที่ดี, สวมใส่สบาย, และคุณภาพเสียงนี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ซึ่งถ้าพูดถึงรูปทรง และงานประกอบ ก็จะมีเจ้า Sony และ Sennheiser นี่ละที่เข้าตาผม แต่เรื่องเสียงผมกลับยกให้ Audio Technica ที่ถึงแม้จะเบสหนักสะใจแต่กลับให้รายละเอียดที่ดีกว่า เจ้า Sony XB และ WH เฉย ส่วน JBL นั้นสอบตกตั้งแต่รูปทรงเลยทำให้ไม่ได้ไปต่อ (ทั้งหมดนี่คือ คหสต. ของผมนะครับ)

แต่สุดท้ายเจ้า Sennheiser มันก็ยังคาใจผมบวกกับด้วยความที่มีเจ้า Momentum In-Ear อยู่มันเลยทำให้ผมคิดว่า “ถ้าขนาด in-ear มันยังให้คุณภาพเสียงที่ดี และคุ้มราคาขนาดนี้ เจ้าตัว HD 4.40BT มันอาจจะ ให้เสียงที่อาจจะคุ้มราคาก็ได้” หลังจากที่คิดปลอบใจตัวเองแบบนี้ได้ซักครู่ก็ตัดสินใจลองดูกันสักตั้ง

โดยที่เอาจริงๆผมก็ลังเลเจ้าตัว Audio Technica อยู่เหมือนกันแต่ถ้ามองการฟังเพลงนานๆ ผมบอกว่ายังไงหูต้องล้าแน่ๆ เพราะเคยมีประสบการณ์กับเจ้าหนู XB มาก็นานและเข้าใจว่าตระกูล Extra Bass นั้นเบสหนักแค่ไหน

แถมตระกูล Solid Bass ของทาง Audio Technica ก็เป็นหูฟังเน้นเบสเช่นกัน มันเลยทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่าลองเจ้า HD 4.40 ดีกว่า ว่าแล้วก็ไม่รอช้ากดสั่งซื้อไปทันที หลังจาก หัก point เรียบร้อยแล้วส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มก็แค่ประมาณ 600-700 บาท เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าเกิดว่ามันไม่เวิ้คก็จะได้ไม่เจ็บเท่าไหร่ ซึ่งหลังจากชำระเงินเรียนร้อยก็รอของ อยู่ 2วัน ( เพราะต้องส่งมาจากทางใต้ของหญี่ปุ่น ) เจ้า HD 4.40 ก็มาถึงซะที

Features

  • Bluetooth 4.0 ซึ่งสามารถทำการเชื่องต่อกับ Device ได้รวดเร็วมากกว่าเวอร์ชั่นก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด
  • NFC one touch pairing ที่สามารถทำการเชื่อมต่อ และ pairing ได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่สัมผัส
  • Apt X technology ที่ให้คุณภาพของเสียงที่ยอดเยี่ยม และเที่ยงตรงเหมือนฟังเพลงโดยการเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิ้ล
  • 25 Hours Battery life ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเพลงที่คุณชอบได้นานถึง 25ชั่วโมง เรียกได้ว่าฟังกันจนเบื่อกันไปเลยทีเดียว

การใช้งานในชีวิตประจำวัน

การใช้งานในชีวิตประจำวันกับเจ้าหูฟัง Sennheiser HD 4.40BT ของผมส่วนมากก็มักจะใช้ฟังเพลงเวลาทำงานเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีนำมาใช้ดูหนังบ้างในบางที และส่วนใหญ่ผมก็จะฟังแบบไร้สาย เนื่องจากว่ามันค่อนข้างสะดวกแถมการเชื่อมต่อของเจ้าตัวหูฟังนี้ทำได้รวดเร็วมาก และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือเจ้าหูฟังตัวนี้เราไม่ต้องคอยกด pairing กับอุปกรณ์ แถมระบบ NFC ก็ตอบสนองได้ไวมากๆ ซึ่งแตกต่างจากเจ้าหูฟังฟังตัวก่อนๆที่ผมมี อารมณ์แบบแตะปุ๊บเชื่อมต่อปั้บซึ่งมันเป็นอะไรที่สะดวกมากๆ ทำให้ผมแทบไม่ได้ใช้กับสายเคเบิ้ลเลย

เพิ่มเติมในส่วนของการใช้ดูหนังโดยส่วนตัวผมแอบชอบความกระหึ่มของเจ้า XB-950BT ที่ผมเคยมีมากกว่าโดยเฉพาะพวกหนังแอคชั่นนี่มันจะให้ความกระหึ่มแบบสะใจมากๆ ลองนึกถึงหนังอย่างพวก Transformer หรือ Fast & Furious ฉากตอนที่มีการต่อสู้ไล่ล่ากันแล้วมีการสาดอาวุธหรือระเบิดใส่กันดูนะครับ ซึ่งเจ้า HD 4.40BT นั้นอาจจะทำได้ไม่ดีเท่าแต่ก็ทดแทนด้วยการให้เสียงในด้านมิติของการเคลื่อนไหวที่สมจริง เข้ามาแทน ยกตัวอย่าง เช่น เสียงของรถยนต์ที่เคลื่อนที่จากทางซ้ายไปทางขวา ซึ่งมันระบุตำแหน่งได้ชัดเจนเลยทีเดียว

นอกจากจะใช้ฟังเพลงเวลาทำงานหรือดูหนังแล้ว ก็มีใช้ใส่ออกกำลังบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่แนะนำให้ใช้สำหรับกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากๆนะครับ เพราะเจ้าหูฟังตัวนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้กันน้ำกันเหงื่อ แต่ถ้าหากจะใส่เพื่อยกน้ำหนักอะไรพวกนี้นั้นก็สามารถทำได้ แถมตัวหูฟังก็ยึดเกาะกับศรีษะได้ดีไม่หลุดออกมาง่ายๆ ในส่วนของการใส่ในการเล่นเกมส์ ส่วนตัวผมว่ามันค่อนข้างเฉยๆ คือพูดตรงๆว่าสำหรับใครที่ไม่ซีเรียสว่าจะต้องได้ยินรายละเอียดของเสียงแบบเสียงคนเดินอะไรพวกนี้ก็สามารถนำมาใช้ได้ครับแต่แนะนำว่าไว้ใช้ฟังเพลงจะดีกว่า

การควบคุมต่างๆก็ทำได้อย่างง่ายดายเพราะปุ่มควบคุมทั้งหมดถูจับวางไว้ทางขวาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Microphone, Power button, Multi function button, Volume +/-buttons, Audio input และMicro-USB input สำหรับชาร์จเจ้าหูฟัง แถมเจ้าไมโครโฟนนั้นก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีทีเดียวหลังจากที่ได้ลองใช้ในการสนทนากับเพื่อน เพื่อนผมก็บอกเลยว่าเสียงไมค์โครโฟนนั้นทำออกมาได้ดีให้เสียงที่ชัด และเคลีย

ในส่วนของการสวมใส่อันนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเจ้าตัวหูฟังตัวนี้ทำออกมาแบบ On-Ear แต่รูปทรงมันดันเหมือนพวก Around-Ear ซะงั้น แต่ว่าถ้าใครที่ใบหูเล็กนั้นตัว earpad ก็จะครอบหูได้พอดี ตัว earpad นั้นมีความนุ่ม แต่จะตรงที่เจ้าตัวหูฟังนั้นค่อนข้างจะบีบศรีษะเล็กน้อยซึ่งหากใครที่มีศรีษะที่ใหญ่ก็อาจจะรู้สึกอึดอัด และร้อนบ้างเล็กน้อย แต่ว่าตัวหูฟังเองนั้นมีน้ำหนักที่เบาทำให้ไม่รู้สึกเมื่อยล้าที่คอเวลาสวมใส่ไปนานๆ เนื่องจากบอดี้ของตัวหูฟังนั้นทำมาจากพลาสติกทั้งหมดนั่นเอง

Sound Quality

ในส่วนของเรื่องเสียง ในครั้งแรกตอนที่ผมแกะกล่องนำออกมาฟัง ผมนี่ถึงกับตกใจกับเสียงว่าทำไมมันไม่สมราคาเลยแฮะ เพราะเสียงมันแบบมาแต่เสียงร้องเน้นที่เสียงกลางมากๆแต่พอทำการเบิร์นไปซักพักจนเริ่มเข้าที่เข้าทาง ก็ต้องบอกเลยว่าเฮ้ยนี่มันใช้ได้เลยนะ

การแยกรายละเอียดของดนตรีทำออกมาได้แม่นยำมีการวางตำแหน่งของเครื่องดนตรีที่ชัดเจน แต่เสียงร้องจะอยู่ด้านหน้าพอสมควร เวทีเสียงของหูฟังตัวนี้นั้นไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไป ให้ความรู้สึกที่พอดีๆ เสียงเบสที่ให้ความรู้สึกนุ่มเป็นธรรมชาติตามสไตล์ Sennheiser

ซึ่งโดยรวมนั้นผมรู้สึกว่าเจ้าหูฟังตัวนี้จะเหมาะสำหรับเพลงที่เน้นเสียงร้อง หรือพวกตระกูล audiophile เพลงแนว Jazz หรือดนตรีคลาสสิค พวกนี้เจ้าหูฟังตัวนี้สามารถทำได้ดีเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ใช่ว่าแนวอื่นๆจะฟังไม่ได้นะครับ เพราะส่วนตัวผมก็ไม่ใช่คนที่ชอบฟังเพลงแนว Jazzหรือดนตรีคลาสสิคแต่อย่างใด แต่จะชอบฟังพวกแนว Rock, Hip-Hop RnB และ EDMซะส่วนใหญ่ และขอบอกเลยว่าเสียงที่ได้นั้นไม่ได้ขี้เหร่เลย ทำออกมาได้ดีด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าเสียงเบสอาจจะไม่ถูกใจคนที่ชอบบริโภคเบสเท่าไหร่ เพราะเสียงเบสมันไม่ได้เตะหนักและเก็บตัวเร็วเหมือนพวกหูฟังเน้นเสียงเบส แต่จะเน้นความเป็นธรรมชาติของเสียงซะมากกว่า ซึ่งเดี๋ยวผมจะขอสรุปเป็นหัวข้อย่อยตามนี้นะครับ

  • Treb : เสียงแหลมมีความชัดเจนทอดยาว แต่มีความนุ่มนวลเป็นธรรมชาติไม่แห้งแบบแสบแก้วหู
  • Mid : เสียงย่านกลางของเจ้าหูฟังตัวนี้นั้นจะโดดเด่นเป็นพิเศษโดยเฉพาะเสียงของนักร้องที่ให้ความชัดเจน และหวานละมุน
  • Bass : เบสนั้นจะมีความเป็นธรรมชาติ และนุ่มนวล คือให้ความรู้สึกว่ามันมีการปะทะแต่จะไม่ได้รู้สึกว่ามันกระแทกกระทั้น ค่อนข้างจะไปข้างหลังหน่อยเหมือนคอยคุมจังหวะอยู่ไกลๆ
  • Stage : เวทีของเสียงนั้นจะไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไป อยู่ในระดับที่พอดีมีการวางตำแหน่งของเครื่องดนตรีที่ชัดเจน

ก็ขอจบช่วง รีวิว แต่เพียงเท่านี้นะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในบทความนี้

และหากท่านผู้อ่านอยากติดตามข้อมูลหรือเรื่องราวชีวิตของพวกเราเพิ่มเติมนอกเหนือจากในเว็บไซต์

instagram: okopanthunderstorm
facebook: okopanthunderstorm.

หาใครมีข้อสงสัย หรือข้อติชมสามารถคอมเม้นต์ไว้ที่ด้านล่างได้เลยนะครับ

ทางเรายินดีที่จะตอบข้อสงสัย และนำคำแนะนำต่างๆมาใช้ในปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดีขึ้น
แล้วเจอกันครับ See you !! 😉

Related Posts

Leave a comment

Privacy Preferences
When you visit our website, it may store information through your browser from specific services, usually in form of cookies. Here you can change your privacy preferences. Please note that blocking some types of cookies may impact your experience on our website and the services we offer.