Review | Sony MDR-XB950BT

หูฟังสำหรับผู้รักเสียงเบสเป็นชีวิตจิตใจ

Sony MDR-XB950BT

หลายๆท่านอาจจะเคยได้ยิน หรือเห็นเจ้าหูฟังรุ่นนี้มาบ่อยครั้ง เพราะมันเป็นหูฟังที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก โดยเฉพาะในหัวข้อ ” สุดยอดหูฟังเน้นเบสในราคาระดับกลางๆ “

โดยที่เจ้าหูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังที่มาแทนรุ่นพี่ของมันคือ รุ่น XB-920 ซึ่งถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง Step-Up ก็จะเห็นพระเอกของเรานั้นเอาไอ้เจ้าหูฟังตัวนี้คล้องคอไปไหนมาไหนด้วยตลอด แถมดีไซน์ของมันก็ดูเด่น ล้ำสมัย และดึงดูดสายตาเอามากๆ ซึ่งในปัจจุบันเจ้า 920 นี้ก็ได้เลิกผลิตไปเป็นที่เรียบร้อย และทาง Sony ก็ได้คลอดเจ้า MDR-XB950BT ออกมาแทนรุ่นพี่ของมันเมื่อปี 2014 จนถึงปัจจุบัน โดยที่เจ้า950 นี้ก็ได้ถูกแบ่งเป็นรุ่นย่อยได้อีก สามถึงสี่รุ่น ไม่สิต้องบอกว่าถูกพัฒนามาจนปัจจุบันจะเห็นได้ว่าจะมีเหลือแค่สองรุ่นหลัก ซึ่งเดี๋ยวผมจะสรุปให้ฟังว่ามีรุ่นอะไรบ้างทีหลังนะครับ เพราะหัวข้อในวันนี้ผมจะขอพูดถึงเจ้า 950-BT ที่เป็นรุ่นแรกที่ผมได้มีไว้ในครอบครองก่อน

เจ้าตัว Sony MDR-XB950BT นั้น เป็นหูฟังในตระกูล Extra Bass หรือเป็นหูฟังแบบ Over-Ear ที่เน้นเบสที่ ได้ถูกออกแบบรูปลักษณ์ที่ดูเรียบร้อยมากขึ้นแต่ประสิทธิภาพนั้นยังจัดหนัดจัดเต็มเรื่องของเบส เพื่อเอาใจคนที่ชอบเสียงเบสเป็นชีวิตจิตใจ แถมยังยัดเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มเข้ามา เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีในปัจจุบันเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานนั่นเอง เอาละเกริ่นมาซะเยอะขนาดนี้ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าเจ้าหูฟังตัวนี้มันมีข้อดีข้อด้อยอะไรบ้างหลังจากที่ผมได้ลองใช้งานเจ้าหูฟังตัวนี้มาได้นานซักพักนึง

What’s in the box

  • Sony MDR-XB950BT Headphone
  • USB Cable
  • Supplied audio cord
  • Manual and Warranty

หน้าตาของหูฟัง

หน้าตาของเจ้าหูฟังตัวนี้จะมีหน้าตาที่เรียบแต่กลับดูเด่นสะดุดตาด้วยตัว body ที่กลมโตของมันที่คาดด้วยแกนโลหะสีเงินด้านบน แถมฟองน้ำที่ให้มานั้นจะมีขนาดที่หนา แต่เมื่อได้ลองสวมใส่แล้วจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มสบายไม่รู้สึดอัดแต่อย่างใด

ตัวปุ่มการใช้งานต่างๆก็ถูกออกแบบให้มีลักณะที่เรียบเนียนกลมกลืนไปกับตัวของ body มันเอง ซึ่งเมื่อเรามองเจ้าหูฟังตัวนี้โดยรวมๆมันจะให้ความรู้สึกที่กลมแทบจะทุกส่วน ดูแปลกตากว่าแปลกกว่าหูฟังทั่วๆไปในปัจจุบัน แต่ทว่าน้ำหนักของตัวหูฟังนั้นกลับเบามาก ทำให้เราไม่รู้สึกเมื่อยคอ หรือรู้สึกล้าแต่อย่างใด แถมทางโซนี่นั้นทำการบาลานซ์น้ำหนักได้ดีมาก

ตัวหูฟังด้านซ้ายนั้น จะประกอบไปด้วยปุ่ม Power, Bass Boost, Cord Connector port, and USB port สำหรับชาร์จ ส่วนด้านขวานั้นจะมี Volume Control button, Universal Control ( Play/Pause, FWD, RWD, and Hand Free calls )

Features

  • Extra Bass กับเบสที่มีคุณภาพที่ลงลึก กระแทกกระทั้น และเก็บตัวได้เร็ว ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ใน Club
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth ที่ทำได้รวดเร็ว
  • ฟังเพลงได้สูงสุดถึง 20 ชั่วโมง
  • มี hands-free calls รับสาย-วางสายโทรศัพท์ได้
  • สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเพลงด้วยสายเคเบิ้ลที่ให้มาเมื่อไม่ต้องการเชื่อต่อผ่าน Bluetooth
  • เชื่อมต่อรวดเร็วด้วยเทคโนโลยี NFC™ One-touch

การใช้งานในชีวิตประจำวัน

เจ้าหูฟังSony MDR-XB950BT นั้นถ้าพูดถึงการใช้งานประจำวันนั้น โดยส่วนตัวผมว่ามันเป็นหูฟังที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้ใส่ฟังเพลงเพียงอย่างเดียว สิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบจากการใช้เจ้าหูฟังตัวนี้คือมันสามารถใช้ใส่ดูหนังได้ด้วย แถมเสียงที่ได้ออกมานั้นก็เรียกได้ว่าไม่แพ้หูฟังที่ทำออกมาสำหรับดูหนังโดยเฉพาะเลยทีเดียว

นอกจากนี้หากใครที่ชอบเข้ายิม เจ้าหูฟังตัวนี้ก็พอที่จะนำไปใช้ได้เหมือนกันเนื่องด้วยตัวบอดี้ของหูฟังที่มีน้ำหนักเบา แต่ไม่แนะนำให้ใช้ใส่วิ่งออกกำลังกาย หรือการทำ cardio ต่างๆ เพราะตัวหูฟังไม่ได้ถูกออกแบบให้รัดกับศรีษะมาก และอย่าลืมว่ามันไม่ใช่หูฟังสำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะนะครับ

พูดถึงเรื่องเสียงกันดีกว่า เจ้าหูฟังตัวนี้เป็นหูฟังที่ฟังสนุกโดนเฉพาะแนว Hip-Hop RnB และ EDM ที่มันจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับว่าคุณอยู่ในคลับกันเลยทีเดียว และหากเบสที่มียังไม่สะใจตัวหูฟังก็มีปุ่ม Bass Boost สำหรับเพิ่มประมาณเบสให้มากขึ้น แต่มันอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบบริโภคเบสเท่าไหร่เพราะเจ้าหูฟังตัวนี้เบสแน่นมากๆ ตามประสา ตระกูล XB จนบางทีฟังไปฟังมาเสียงเบสที่มันกระแทกกระทั้นมากๆก็ทำเอาเรามึนหัวได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นหากใครที่กำลังเล็งเจ้าตัวนี้อยู่ก็ควรจะระวังตรงจุดนี้นิดนึง

ในส่วนระยะการทำงานของ Bluetooth นั้นเท่าที่ผมลองใช้ดู ผมได้ทำการเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเพลงของผมแล้วลองเดินออกมาจากเครื่องเล่นเพลง จะสังเกตุได้ว่ามันสามารถรับสัญญาณได้สูงที่ระยะประมาณไม่เกิน 10เมตร และถ้าเกิดบริเวณนั้นมีสิ่งกีดขวางเพิ่มเข้ามาก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานก็จะลดลงไปอีก

ตัวหูฟังนั้นถ้าหากมองรูปลักษณ์ภายนอกนั้นอาจจะรู้สึกว่าใส่แล้ว มันต้องหนักและรู้สึกไม่สบายเวลาสวมใส่แน่ๆ แต่ว่าเมื่อสวมใส่แล้วก็ไม่ได้รู้สึกหนักเหมือนกับหน้าตาที่เห็น คือน้ำหนักของหูฟังนั้นเบามากจนตัวผมเองก็รู้สึแปลกใจ แถมวัสดุก็ทำออกมาได้แข็งแรงในระดับนึงเลยทีเดียว

ในส่วนการใช้งานของ Hand Free นั้นก็ให้คุณภาพเสียงในการสนทนาที่ดีชัดเจน ไม่มีปัญหาในเรื่องของสัญญาณไม่ดี แถมเสียงของผู้พูดออกไปก็มีความชัดเจนไม่มีการขาดหายของเสียงแต่อย่างใด

แต่ปัญหาของเจ้าหูฟังตัวนี้ก็คือ ด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ของมันรวมไปถึงตัวก้านของหูฟังที่ไม่สามารถพับได้ทำให้เวลาที่เก็บเจ้าหูฟังตัวนี้จะค่อนข้างกินพื้นที่นิดนึงและหูฟังรุ่นนี้ไม่มีซองใส่ หรือเคสมาให้เพราะฉะนั้นหากใครจะซื้อหูฟังตัวนี้ก็ควรเผื่อเงินสำหรับซื้อเคสใส่ไว้ด้วยนะครับ

คุณภาพของเสียง

Bass

มีความหนักหน่วงชัดเจนลงได้ลึกมากแต่เก็บตัวได้เร็ว ทำให้การฟังเพลงรู้สึกสนุกคึกคักแต่ก็มีไปกลบย่านอื่นบ้างโดยเฉพาะเปิดโหมด BassBoost

Mid

ย่านกลางนั้นสามารถทำได้ดีให้รายละเอียดที่ดี แต่ส่วนของเสียงร้องเสียงดนตรีก็จะมีโดนย่านเบสกลบบ้างในบางครั้ง

Treb

ย่านสูงนั้นค่อนข้างจะธรรมดาไม่แหลมจนบาดหู แต่ก็มีบ้างที่โดนเบสกลบเล็กน้อยแต่ก็ยังให้รายละเอียดที่ดีอยู่

Stage

ไม่ค่อยกว้างเท่าไหร่ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเราอยู่ใกล้กับลำโพงย่านเบสมาก เหมือนเวลาเราอยู่ในคลับจริงๆ ทำให้บางทีฟังนานๆอาจจะรู้สึกอึดอัด ถ้าไม่ใช่คนที่ชอบบริโภคเสียงเบสจริงๆ

เสริมเล็กน้อยเกี่ยวกับรุ่นต่างๆของเจ้า Sony MDR-XB950

ในปัจจุบันทาง Sony ได้ทำการอัพเกรดฟังก์ชั่นบางอย่าง ซึ่งอาจจะทำให้หลายๆคนสับสนว่าแล้วแต่ละรุ่นมันมีความแตกต่างกันอย่างไร ผมเลยจะขอสรุปสั้นๆตามนี้นะครับ

หูฟังรุ่นนี้จะมีทั้งหมด 4 รุ่น แต่แบ่งได้เป็น 2 Generation ตามนี้นะครับ

Gen I

MDR-XB950AP EXTRA BASS™ Headphones

รุ่นนี้จะไม่มี Bluetooth และ NFCแต่จะมาพร้อมกับสายเคเบิ้ลสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เล่นเพลงต่างๆ

MDR-XB950BT EXTRA BASS™ Wireless Headphones

เป็นรุ่นที่ถูกพูดถึงในรีวิวอันนี้ โดยที่ feature ต่างๆจะเหมือนกับเจ้า 950AP แต่จะเพิ่มการทำงานของ Bluetooth และNFC เพิ่มเข้ามา

Gen II

MDR-XB950B1 EXTRA BASS™ Wireless Headphones

เป็นรุ่นที่อัพเกรดมาจากตัว BT โดยจะอัพเกรดในเรื่องของ Bluetooth และNFC ที่ทำการปรับปรุงเรื่องของสัญญาณให้เชื่อมต่อได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

MDR-XB950N1 EXTRA BASS™ Wireless Noise-Canceling Headphones

เป็นรุ่นที่อัพเกรดมาจากตัว B1 อีกทีโดยจะเพิ่มเทคโนโลยี Digital Noise Canceling เข้ามาด้วย และจะมีสิพิเศษเพิ่มเข้ามาก็คือสีเขียว

*ทั้งสองรุ่นนี้จะสามารถทำการปรับแต่ง EQ ผ่านทาง Application Sony Headphones Connect ได้ด้วย

ก็ขอจบช่วง รีวิว แต่เพียงเท่านี้นะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในบทความนี้

และหากท่านผู้อ่านอยากติดตามข้อมูลหรือเรื่องราวชีวิตของพวกเราเพิ่มเติมนอกเหนือจากในเว็บไซต์

สามารถกด Like  หรือ Follow เราได้ที่

instagram: okopanthunderstorm
facebook: okopanthunderstorm.

แล้วเจอกันครับ See you !! 😉

Credits
Headphone Image by Official Sony

* ในระหว่างที่จัดทำบทความนี้ ไดเกิดปัญหาขึ้นกับตัว sd card ที่ใช้บันทึกภาพของเจ้าหูฟังตัวนี้ ทำให้ไม่สามารถใช้ภาพที่ทางผมถ่ายไว้ได้ จะมีเหลือแค่เพียงรูปเดียวที่ถ่ายผ่านมือถือ 😥  ทั้งนี้ต้องขอบคุณทาง Sony ที่มีรูปตัวอย่างของเจ้าหูฟังรุ่นนี้ทำให้บทความนี้เสร็จสมบูรณ์ครับ

Related Posts

Leave a comment